• นักลงทุนสัมพันธ์

คำถาม-คำตอบ

Question 1. ความแตกต่างของตราสารหนี้ทั่วไปกับตราสารหนี้ด้อยสิทธิ ?
Answer           ลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งของตราสารหนี้ทั่วๆไปก็คือ การมี “สิทธิเรียกร้อง” ในสินทรัพย์ของผู้ออกตราสาร ในกรณีที่ผู้ออกตราสารเกิดล้มละลายและไม่สามารถชำระคืนดอกเบี้ยหรือเงินต้นได้ โดยเงินที่ได้จากการนำสินทรัพย์ออกขายทอดตลาดจะถูกนำมาชำระคืนให้กับผู้ถือตราสารหนี้ ตามสิทธิที่อยู่ในระดับเดียวกันกับเจ้าหนี้สามัญรายอื่นๆ และเราเรียกตราสารหนี้ประเภทที่มีสิทธิในการเรียกร้องนี้ว่า ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิ หรือ Senior Bond (กว่า 90% ของตราสารหนี้ในตลาดไทย เป็นแบบ Senior bond) ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนในตราสารหนี้ด้อยสิทธิ ที่นักลงทุนจะต้องยอมรับกับสิทธิในการเรียกร้องที่จะลดน้อยลงตามไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม สิทธิในการเรียกร้องที่หายไป จะถูกชดเชยด้วยผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยจ่าย (Coupon) ที่สูงกว่า Senior Bond

Reference: http://www.thaibond.com/blog/blog_0612_Bond.html

 

Question 2. ผู้ถือตราสารฯสามารถนำตราสารฯไปขายก่อนครบกำหนดอายุตราสารได้หรือไม่ ?
Answer          ผู้ถือหุ้นสามารถซื้อ-ขายหุ้นกู้ได้ที่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ หรือนิติบุคคลอื่นใด ที่มีใบอนุญาตค้าหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้หรือตลาดรองอื่นใด โดยผู้ซื้อต้องเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่หรือผู้ลงทุนสถาบันเท่านั้นทั้งนี้การซื้อ-ขายหุ้นกู้ในตลาดรองอาจขายไม่ได้ในเวลาที่ต้องการและอาจขายได้ตามราคาที่ตกลงกัน ขึ้นอยู่กับราคาตลาด ณ เวลานั้น

 

Question 3. ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดมีการเปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อราคาหุ้นกู้อย่างไร ?
Answer          ไม่มีผลหากผู้ถือหุ้นกู้ถือหุ้นกู้ไว้จนครบกำหนดอายุ อัตราดอกเบี้ยในตลาดที่เปลี่ยนไปจะไม่มีผลกับผู้ถือหุ้นกู้ เนื่องจากทางธนาคารจะชำระคืนเงินต้นให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ตามราคาหน้าตั๋วและจ่ายดอกเบี้ยตามเงื่อนไขในตราสาร แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องการขายก่อนครบกำหนดอายุ  ราคาของหุ้นกู้จะขึ้นอยู่กับราคาตลาดขณะนั้นๆ   

        โดยทั่วไปราคาหุ้นกู้จะแปรผกผันกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด กล่าวคือ หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นกู้จะต่ำลง และในทางกลับกัน หากอัตราดอกเบี้ยลดลง ราคาหุ้นกู้จะสูงขึ้น
 
รับข่าวสารสุดพิเศษ จากธนาคารก่อนใคร
We aim at being a bank with high quality growth.